บทที่ 6 6 ไม่ให้ปฏิเสธอีก

ร่างบางเดินเหม่อลอยไปตามทางอย่างไร้จุดหมาย ปล่อยให้ความหม่นหมองกัดกินใจจนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสัญชาตญาณกำลังพาเธอไปที่ใด รู้ตัวอีกที สองเท้าก็มาหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูบานเดิม... บานประตูที่เธอเพิ่งพาร่างบอบช้ำเดินจากมาเมื่อครู่ เศษเสี้ยวสติที่ยังเหลือสั่งให้เธอหันหลังกลับ ทิฐิและศักดิ์ศรีเตือนว่าไม่ควรเอาความประชดประชันชั่ววูบมาเหยียบย่ำตัวเองซ้ำสอง

แต่ทว่าเธอกลับก้าวพลาด... ในจังหวะที่กำลังจะเอี้ยวตัวหันหลัง ภาคินทร์ก็เปิดประตูออกมาพอดี สายตาคมกริบสบเข้ากับดวงตาไหวระริกของเธอ ชายหนุ่มเหยียดยิ้มร้ายกาจอย่างผู้ชนะ... เหยื่อที่คิดว่าจะเตลิดหนี บัดนี้กลับมาติดกับด้วยตัวเอง และแน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยให้เธอมีโอกาสปฏิเสธเป็นครั้งที่สอง ไม่ทันได้ตั้งตัว มือใหญ่ก็เอื้อมมาคว้าแขนเรียวไว้แน่น ก่อนจะออกแรงกระชากเธอให้กลับเข้าไปในโลกของเขาอีกครั้ง

ฝ่ามือใหญ่แข็งแรงเอื้อมมาบีบตรึงล็อกใบหน้าสวยหวานไว้แน่น ใบหน้าของหญิงสาวดูเล็กจ้อยลงไปถนัดตาเมื่ออยู่ในอุ้งมือทรงพลังของเขา ภาคินทร์ก้มลงมอง ‘เหยื่อ’ ที่กำลังตื่นตระหนกด้วยสายตาคมกริบ ก่อนจะดึงรั้งร่างบางเข้าหาแล้วกระแทกจูบลงไปบนริมฝีปากบางอย่างเฉียบขาด ราวกับจะลงทัณฑ์คนอวดดี

“กลับมาคราวนี้... อย่าหวังว่าจะได้ออกไปง่าย ๆ” เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดจนร่างบางสั่นสะท้าน

ชายหนุ่มตวัดวงแขนช้อนอุ้มร่างเพรียวระหงตรงไปยังเตียงนอนขนาดคิงไซส์ ทว่าผิดคาด... เขากลับวางเธอลงบนฟูกนุ่มอย่างทะนุถนอม ก่อนจะทาบทับเรือนกายตามลงไปติด ๆ ภาคินทร์ฉกวูบประกบจูบอย่างเอาแต่ใจเพื่อหวังจะลงทัณฑ์ แต่แล้วชายหนุ่มกลับต้องชะงักอึ้ง เมื่อคนใต้ร่างกลับไม่ขัดขืน มิหนำซ้ำยังเริ่มตอบสนองรสจูบอันเร่าร้อนของเขาอย่างโอนอ่อน ความวาบหวามพลันสะดุดลงพร้อมกับความระแวงที่ผุดขึ้นมาในหัว... เธอจะมาไม้ไหนกันแน่?

เมื่อก้าวพลาดจนต้องตกกระไดพลอยโจนกลับเข้ามาในถิ่นของเขา เธอก็เลือกที่จะปล่อยให้มันเลยตามเลยไปตามกระแสอารมณ์... วินาทีนี้มันไม่ใช่เพียงแค่การประชดประชันคนทรยศเท่านั้น หากแต่หัวใจและความรู้สึกของเธอกำลังดิ่งลึก หลงมัวเมาไปกับความวาบหวามและประสบการณ์แปลกใหม่ที่ถูกยัดเยียดให้จนถอนตัวไม่ขึ้น

“อื้อ... ไม่...” เสียงหวานครางประท้วงแผ่วเบา ยามที่ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีแล่นเข้ามาแทรกกลางเป็นระยะ ทว่าช่างสวนทางกับความเป็นจริงเหลือเกิน... ทันทีที่ปากเอ่ยปฏิเสธ ร่างกายกลับทรยศด้วยการตอบสนองและเอื้อนอำนวยให้เขาได้เชยชมเรือนร่างงดงามอย่างไม่หยุดหย่อน

อาภรณ์บนกายถูกรั้งหลุดลอยไปทีละชิ้น... ทีละชิ้น... จนกระทั่งความเปลือยเปล่าไร้สิ่งพรางกายส่งผลให้ผิวกายเนียนละเอียดสั่นสะท้านยามต้องลมเย็นของเครื่องปรับอากาศ แต่ความหนาวเหน็บนั้นก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของเขาประทับลงมาป้อนความสุขสมให้เธออีกครั้ง บดจูบละเลียดชิม บางจังหวะก็จงใจลงน้ำหนักขบเม้มจนเธอรู้สึกเจ็บจี๊ด ผสมปนเปไปกับความเสียวซ่านจนแยกไม่ออก

อังคณาผุดลุกขึ้นเล็กน้อย สายตาไหวระริกจ้องมองชายหนุ่มที่กำลังขยับกายเตรียมพร้อมจะบุกโจมตีด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นระคนตื่นกลัว นี่คือครั้งแรกในชีวิตของเธอ... ยามที่ได้เห็นความยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งของตัวตนชายหนุ่มตรงหน้า ใจดวงน้อยก็หล่นวูบ หากเขาหักหาญรุนแรงกับเธอ ร่างกายบอบบางนี้จะรับมือไหวได้อย่างไร

หญิงสาวช้อนสายตาคู่งามที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสาาขึ้นมองเขาอย่างเว้าวอน ในใจเกิดความลังเลสารพัด... เธอควรจะบอกความจริงกับเขาดีไหมว่าเธอไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อน หากเขารู้ว่านี่เป็นครั้งแรกของเธอ... เขาจะนึกเมตตาและผ่อนปรนความป่าเถื่อนลงบ้างหรือไม่

“มีอะไร... จ้องผมแบบนี้คิดจะให้หยุดงั้นเหรอ” ภาคินทร์เค้นเสียงหัวเราะในลำคอ สายตาคมกริบกวาดมองเรือนร่างใต้พะงาอย่างย่ามใจ “บอกไว้ก่อนเลยนะ... ไม่มีทาง”

“ถ้าฉันจะบอกว่า... ฉันไม่เคย” เสียงหวานสั่นระริก ทว่ากลับดังชัดเจนในความเงียบ

“.......?” คำสารภาพแผ่วเบานั้นทำเอาสรรพเสียงรอบกายพลันเงียบสงัดลงทันตา ร่างสูงใหญ่ที่กำลังจะเดินหน้าบุกโจมตีถึงกับชะงักกึก นัยน์ตาคมเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง

“ฉะ...ฉันอยากให้คุณช่วยเบามือหน่อย” เธอร้องขอเสียงแผ่วเบา

“หึ งั้นผมจะขอพิสูจน์ก่อนแล้วกัน” พูดจบภาคินทร์ก็กระชากเรียวขาขาวเข้าหาตัวอย่างแรง แทรกเรือนกายหนาเข้ายึดครองพื้นที่กึ่งกลางลำตัวเธอทันที

“อ๊ะ!” ดวงตาสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจ เมื่อสัมผัสได้ถึงตัวตนอันร้อนผ่าวที่เริ่มบดเบียดตรงปากทางเข้า “เจ็บ.......”

“โอ... จริงด้วย” ความคับแน่นที่ตึงเครียดเล่นงานเขาจนปวดหนึบ ชายหนุ่มถึงกับต้องหยุดชะงักลมหายใจ “ผมจะทำมันเบา ๆ”

ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงมา พรมจูบแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลมคนตัวเล็กให้คลายความตื่นตระหนก ทว่าในใจกลับลิงโลดและเต็มไปด้วยความแปลกใจ... เหตุใดผู้หญิงบริสุทธิ์อย่างเธอถึงได้เลือกมาทำงานนี้ เดือดร้อนเรื่องเงินจนตรึกตรองไม่ถ้วน หรือมีเหตุผลอะไรซ่อนอยู่กันแน่

ความสงสัยมากมายถูกพับเก็บไว้ก่อนชั่วคราว เมื่อความเย้ายวนตรงหน้ามีอิทธิพลเหนือทุกสิ่ง ภาคินทร์ถอนริมฝีปากออกอย่างเชื่องช้า นัยน์ตาคมเข้มที่เคยดุดันบัดนี้ทอประกายอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด มือหนาเอื้อมขึ้นไปเกลี่ยไรผมที่เปียกชื้นข้างแก้มเนียนอย่างเบามือ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป